ดื่มน้ำวันละกี่ลิตร ให้เพียงพอกับชีวิตประจำวัน และประโยชน์ของการดื่มน้ำ

ดื่มน้ำวันละกี่ลิตร

Table of Contents

หลายๆ คนรู้อยู่แล้วว่าการดื่มน้ำนั้นเป็นอะไรที่สำคัญ และมีผลโดยรวมต่อสุขภาพอย่างชัดเจน ด้วยร่างกายคนเรานั้นมีของเหลวเป็นองค์ประกอบถึง 40-60 เปอร์เซ็นต์ น้ำดื่มหรือน้ำเปล่าที่เราดื่มเข้าไปก็เป็นส่วนช่วยในกระบวนการการทำงานของร่างกายในระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ และมีความสมดุลของร่างกายมากยิ่งขึ้นรวมถึงการเพิ่มสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น แต่ในหนึ่งวันเราควร ดื่มน้ำวันละกี่ลิตร บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบนั้นกัน

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

ตามที่บอกว่าน้ำมีประโยชน์และเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการการทำงานของร่าางกาย ดังนั้น จะยกตัวอย่างประโยชน์ของน้ำมาดังนี้

  1. เป็นตัวกลางในการนำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย
  2. ล้างสารพิษออกจากอวัยวะในร่างกาย
  3. บำรุงสุขภาพผิวพรรณ
  4. ควบคุมและปรับอุณหภูมิของร่างกาย
  5. เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน
  6. ควบคุมความเข้มข้นของเลือด
  7. ป้องกันอาการท้องผูก ฯลฯ

ดื่มน้ำวันละกี่ลิตร

ดื่มน้ำวันละกี่ลิตร

ในทุกๆ วันร่างกายจะสูญเสียน้ำในรูปแบบของกระบวนการของร่างกายหรือกิจกรรมทางกายต่างๆ เช่น การปัสสาวะ, สูญเสียเหงื่อจากกิจกรรมทางกายและอื่นๆ อีกเพียบ ดังนั้น เราจึงควรดื่มน้ำมาทดแทนในส่วนที่สูญเสียไป คำถามคือ เราควรดื่มน้ำวันละกี่ลิตรล่ะ!!! จากที่ทราบกันผ่านสื่อต่างๆ ก็คือ ควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่มันจะพอหรือเปล่านั้นเพราะแต่ละคนมีกิจกรรมทางกายไม่เท่ากัน ด้วยทุกวันนี้เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนคงเห็นสูตรการดื่มน้ำกันมามากมาย บางสูตรจำยาก บางสูตรจำง่าย บางสูตรแบ่งเป็นช่วงอายุ และในบทความนี้เราจะให้สูตรการคำนวณแบบจำง่ายๆ คือ

สูตรการคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่มขึ้นต่ำต่อวัน

  • น้ำหนักตัว (กก.) X 40 = ปริมาณน้ำที่ควรดื่มขึ้นต่ำต่อวัน (มิลลิลิตร)

ปริมาณน้ำที่คำนวณออกมานั้น รวมถึงน้ำหรือของเหลวที่ได้รับจากอาหารชนิดต่างๆ ด้วย เช่น แกง, ผลไม้ เป็นต้น สำหรับคนที่ออกกำลังกาย มีกิจกรรมทางกายหนัก อยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนหรืออื่นๆ ก็ควรดื่มน้ำให้มากกว่าที่คำนวณออกมา

ควรดื่มน้ำช่วงเวลาไหน

ควรดื่มน้ำช่วงเวลาไหน

หลายคนถึงขั้นกับกำหนดเลยว่าต้องดื่มน้ำเวลานี้เท่านี้ปริมาณนี้เท่านั้น จริงๆ แล้วการทำแบบตัวอย่างดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคนและช่วงเวลาการใช้ชีวิตตามกิจกรรมทางกายของแต่ละคน ในหัวข้อนี้จะขอพูดและบอกโดยรวมเลยว่า “ควรดื่มน้ำหรือจิบน้ำเวลาไหนก็ได้” แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ หลังจากตื่นนอนมาต้องดื่มน้ำ เพื่อช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายมีความพร้อมในการใช้งาน และระหว่างวันก็ควรจิบน้ำเรื่อยๆ ไม่ควรดื่มทีละปริมาณมากๆ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตามกิจกรรมการใช้ชีวิตและสถานการณ์ เช่น ถ้าดื่มน้ำจัดเต็มก่อนขึ้นรถเมล์ แต่เจอรถติดหนักแล้วปวดฉี่ขึ้นมาจะงานเข้าเอานะ

ดื่มน้ำระหว่างทานข้าวดีไหม

ดื่มน้ำระหว่างทานข้าวดีไหม

บางคนมีความเชื่อว่าถ้าดื่มน้ำระหว่างทางข้าวจะทำให้ปวดท้อง ท้องอืด ดูดซึมไม่ดีหรืออาหารไม่ย่อยได้ ซึ่งจริงๆ แล้วนั้นคือสิ่งที่ตรงกันข้ามเลย การดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหารจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้อุจจาระไม่แข็งเกินไป ป้องกันอาการท้องผูก แต่อย่างไรก็ตาม น้ำดื่มก็มีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายด้วยเช่นกัน แต่ไม่ควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากจนเกินไป ควรจะจิบไปเรื่อยๆ ทั้งวัน และจากคำถามที่ว่าดื่มน้ำระหว่างทานข้าวดีไหม ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ จิบทีละนิด ไม่ดื่มในปริมาณที่มากเกินไปก็ตอบได้เลยว่า “ดี”

 

อ้างอิง:

  1. Health direct – Drinking water and your health. https://www.healthdirect.gov.au/drinking-water-and-your-health
  2. Mayo Clinic – Water: How much should you drink every day? https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/nutrition-and-healthy-eating/in-depth/water/art-20044256
  3. Harvard University – How much water should I drink a day? https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/how-much-water-should-you-drink
  4. Everyday Health – Hydration Calculator: How Much Water Do You Need to Drink a Day? https://www.everydayhealth.com/dehydration/hydration-calculator/
Picture of Nattakit Panthong

Nattakit Panthong

ผมเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพที่เรียนจบวิทยาศาสตรการกีฬา และได้ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมมากมาย ผมมีประสบการณ์ในเรื่องการฝึกสอนแบบส่วนตัวมากกว่า 10 ปี รวมถึงการสอนออกกำลังกายแบบกลุ่มในคลาสออกกำลังกายอีกมากมายหลายประเภท เพราะฉะนั้นผมจึงอยากนำความรู้และประสบการณ์การออกกำลังกายรวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายมาแนะนำแบ่งปันแก่เพื่อน ๆ ทุกคน

เนื้อเรื่องที่คุณอาจสนใจ

Dynamic Tension คือ
Dynamic Tension คือ? ฝึกเสริมความแกร่งกล้ามเนื้อด้วยแรงต้านตนเอง

กระบวนการนี้คิดค้นโดย Charles Atlas ซึ่ง Dynamic Tension คือ วิธีการออกกําลังกายที่ทําให้กล้ามเนื้อทํางาน โดยใช้แรงต้านทานของร่างกายตนเอง

Atrophy คืออะไร
Atrophy คืออะไร ? เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการสลายกล้ามเนื้อ

ในบริบทของกล้ามเนื้อ Atrophy หมายถึงการลดลงของมวลกล้ามเนื้อหรือขนาดของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้ ทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
Scroll to Top